Showing posts with label อาหารโรคไต. Show all posts
Showing posts with label อาหารโรคไต. Show all posts

Monday, April 1, 2013

Tip of Cooking for Kidney Care Food เคล็ดลับในการปรุงอาหารให้อร่อยสำหรับโรคไต

เคล็ดลับในการปรุงอาหารให้อร่อยสำหรับอาหาร โรคไต ที่ต้องใช้เกลือน้อย 

-->
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต เนื่องจาก ถูกจำกัดปริมาณของเกลือ หรือต้องใช้เกลือน้อยมากในการปรุงอาหาร จึงอาจทำให้ได้อาหารที่มีรสจืดชืด ไม่น่ารับประทาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาหารจะอร่อยไม่จำเป็นต้องใช้เกลือ หรือน้ำปลา หรือผงปรุงรสในการประกอบอาหารเลย แต่ขึ้นกับฝีมือการปรุงอาหาร วิธีการปรุงอาหาร วัตถุดิบของอาหาร ซึ่งก็ทำให้อาหารอร่อยได้ แม้จะถูกจำกัดปริมาณความเค็ม

เคล็ดลับง่าย  ๆ ก็คือ

1. วัตถุดิบของอาหารต้องสดใหม่ ตรงตามฤดูกาลเพาะปลูก เพราะจะให้รสชาด คุณค่า และความอร่อยอย่างเต็มที

2. กับข้าวหลักที่มีการปรุงรสด้วยเกลือ หรือน้ำปลา เต็มทีตามข้อจำกัด 1 อย่าง รวมกับกับข้าวอื่น ๆ ที่ไม่ต้องใช้เกลือในการปรุงรส หรือปราศจากเกลือ ใส่น้ำส้มสายชูแทน ให้มีรสที่แตกต่างกัน ทานร่วมกัน ก็จะอร่อย เจริญอาหารดี หรือ ทำอาหารที่ปราศจากเกลือ แต่ให้มีน้ำจิ้มที่รสจัด สำหรับปรุงรสแทนก็ได้

3. ทำเป็นอาหารจานเดียว ทำให้คุมปริมาณเกลือ และควบคุมให้ได้พลังงานที่เพียงพอได้ง่ายกว่า ทำเป็นกับข้าว อีกทั้งยังสามารถปรุงรสได้เต็มทีในปริมาณควบคุมต่อ 1 มื้ออีกด้วย

4. ทุกมื้อ ควรมีอาหารปรุงร้อน ๆ จากน้ำมัน เช่น อาหารผัด ทอด สลัด เป็นต้น เพราะอาหารพวกนี้ ไม่ต้องใช้เกลือ ก็ได้ อีกทั้ง น้ำมันยังช่วยชดเชยพลังงานได้ดี ควรทานอย่างน้อย วันละ 1 มื้อ

5. การปรุงอาหารอย่างชาญฉลาด เช่น การทำข้าวอบสมุนไพร เช่น ข้าวอบมัน ข้าวอบข้าวโพด ความหวานของสมุนไพร หรือผัก จะช่วยให้เจริญอาหาร ลดความเค็ม หรือ การต้มผัก แทนการลวกผัก ก็จะช่วยลดปริมาณฟอสฟอรัส หรือโพแทสเซียมในผักได้ เป็นต้น

6. การประกอบอาหารอย่างมีเทคนิค เช่น การเลือกใช้เครื่องปรุงรสที่มีเกลือน้อย โดยอ่านที่ฉลากด้านหลัง  การทำอาหารประเภทต้มที่ไม่ต้องใส่น้ำตาล เมื่อปรุงรสด้วยเกลือเพียงเล็กน้อย ก็จะให้รสเข้มข้น ไม่มีน้ำตาลกลบรส  หรือการใช้กลิ่นของสมุนไพรเครื่องเทศ หรือผลไม้รสเปรี้ยว ในการปรุงรสอาหาร เช่น ขิง ข่า มะนาว ส้ม แอปเปิ้ล พริกไทย มัสตารด์ด ผงกะหรี่ กระเทียม เป็นต้น สามารถใช้ทดแทนความเค็มได้ อีกทั้งยังช่วยเจริญอาหารได้อีกด้วย

7. การรับประทานอาหารด้วยความสบายใจ ทานพร้อมเพรียงกัน ทานเหมือน ๆ กัน ช่วยทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกแปลกแยก และทานอาหารได้มากขึ้น

How to Kidney Care:
1. อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต คนธรรมดา สามารถรับประทานได้ หรืออาหารทั่วไปสำหรับคนธรรมดา ผู้ป่วยโรคไตก็รับประทานได้ เพียงแต่ให้ระวังเรื่องความเค็ม หรือเลือกใช้ เครื่องปรุงรสที่มีปริมาณเกลือต่ำ เพื่อสุขภาพของผู้ป่วย และตัวคุณเองค่ะ
2. ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ที่ได้รับการฟอกเลือก หรือล้างทางหน้าท้อง สามารถเดินทางไปท่องเที่ยว รับประทานอาหารนอกบ้านได้ เพียงแต่ให้ระมัดระวังการเลือกรับประทานอาหาร ควรเป็นอาหารตามสั่ง เพื่อจะได้สั่งให้ไม่ใส่น้ำปลา ไม่ใส่ผงชูรส ให้ใส่ซี้อิ้วขาวแทน และระมัดระวังในการดื่มน้ำ หากอยู่ในระยะถูกจำกัดปริมาณน้ำต่อวัน 
-->

Tuesday, March 26, 2013

Food Kidney Care: อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต

อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง 

ไต มีหน้าที่ในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย โดยเฉพาะอาหารที่เรารับประทานเข้าไปแล้ว หากไตทำงานไม่สมบูรณ์ ประสิทธิภาพในการกำจัดของเสียก็จะลดลง จนทำให้เกิดภาวะการคั่งของของเสียในกระแสเลือด ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการบวมน้ำ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ความดันสูง หรืออาจเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ จนทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ การฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม ก็เป็นอีกทางหนึ่งในการขจัดของเสียออกจากร่างกาย ทำหน้าที่แทนไต แต่การฟอกเลือดด้วยไตเทียมนั้น มิได้ฟอกเป็นประจำทุกวัน หรือตลอดเวลา เหมือนกับที่ไตของเราทำหน้าที่กรองของเสียในกระแสเลือดตลอดเวลา ดังนั้น การควบคุมการรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง จึงมีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อช่วยลดการคั่งของของเสียในเลือด และลดอัตราการเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ

การควบคุมอาหารของผู้ป่วยโรคไตนั้น ทำให้เกิดข้อดี 5 ประการ ดังนี้
1. ช่วยไม่ให้ไตทำงานหนัก ชะลอการเสื่อมของไต
2. ลดการคั่งของของเสียท่เกิดขึ้นในร่างกาย ทำให้ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน
3. ป้องกันการขาดสารอาหาร
4. ยืดเวลาที่ต้องฟอกเลือดออกไป หรือฟอกจำนวนน้อยครั้งต่อสัปดาห์
5. ช่วยให้มีสุขภาพดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

หัวใจหลักของการรับประทานอาหารในโรคไตวายเรื้อรัง
1. ควรลดการรับประทานเนื้อสัตว์ลง
2. ไม่รับประทานเค็ม
3. เลี่ยงไขมันสัตว์
4. ควบคุมน้ำหนักตัว
5. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

สำหรับอาหาร 5 หมู่ ของโรคไตวายเรื้อรัง คือ
1. หมู่เนื้อสัตว์
2. หมู่ข้าว
3. หมู่ไขมัน
4. หมู่ผัก
5. หมู่ผลไม้

สำหรับหมู่เนื้อสัตว์ 
จำเป็นต้องรับประทานในปริมาณควบคุม เพราะโปรตีนจำเป็นในการเสริมสร้าง และซ่อมแซมเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ และระบบภูมิต้านทานโรค แต่ในหมู่เนื้อ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว ร่างกายจะย่อยเนื้อสัตว์เป็นสารอาหาร ที่จำเป็น เช่น กรดอะมิโน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ส่วนของเหลือหรือของเสียที่ได้นั้น จะถูกขับออกทางไตมาทางปัสสาวะ แต่เมื่อไตทำงานน้อยลง ก็จะทำให้เกิดการสะสมหรือคั่งของของเสียในกระแสเลือด ดังนั้น การควบคุมปริมาณโปรตีน หรือหมู่เนื้อสัตว์ในอาหารจึงมีความจำเป็นมาก....

อาหารเนื้อสัตว์ที่ควรหลีกเลี่ยงได้แก่
1. เนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง เช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ หนังหมู หนังไก่ เนื้อติดมัน คอหมูย่าง เป็ด หมูกรอบ หมูสามชั้น ไข่ปลา เป็ดย่าง เป็นต้น
2. เนื้อสัตว์ที่มีคุณค่าทางอาหารต่ำ เช่น เอ็นหมู เอ็นวัว ข้อไก่ คากิ หูฉลาม ตีนไก่ กระดูกอ่อน เป็นต้น
3. เนื้อสัตว์ที่ทานทั้งเปลือก หรือกระดูก เช่น แมลง ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง เนื่องจากมีฟอสฟอรัสมาก

อาหารเนื้อสัตว์ที่รับประทานได้ ได้แก่
1. ไก่ย่าง ไก่ทอด ไก่อบ ที่ไม่ติดหนัง
2. หมูทอด หมูปิ้ง หมูอบ ที่ไม่ติดมัน
3. ปลาต่าง ๆ
4. ลูกชิ้น ไก่ หมู ปลา
5. กุ้งนึ่ง กุ้งเผา ไม่ติดหัว หรือมันกุ้ง
6. ไข่ขาวต้ม ไข่ขาวทอด ไข่ขาวตุ๋น

สำหรับหมู่ข้าว และแป้ง
เป็นหมู่ที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย เนื่องจากผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง จะถูกจำกัดอาหารโปรตีน ดังนั้น การทานอาหารหมู่ข้าว และแป้ง เข้าไปทดแทน เพื่อให้ได้พลังงานเพียงพอต่อวันจึงจำเป็นอย่างมาก

อาหารหมู่ข้าว และแป้งที่รับประทานได้ ได้แก่
1. อาหารจากแป้งชนิดที่ไม่มีโปรตีน สามารถรับประทานได้เป็นประจำ ได้แก่ วุ้นเส้น ก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ ขนมกุยช่าย แป้งมัน สาคู เป็นต้น โดยจะทำเป็น ยำวุ้นเส้น วุ้นเส้นผัดไทย ก๋วยเตี๋ยวเซียงไฮ้ผัดขี้เมา เป็นต้น
2. อาหารจำพวกน้ำตาล และแป้งที่ไม่มีโปรตีน เช่น วุ้นน้ำหวาน สาคูน้ำเชื่อม ลูกชิด วุ้นลอยแก้ว ลอดช่องสิงคโปร์ สาคูเปียก สาคูแคนตาลูป ซ่าหริ่ม ขนมมัน ขนมชั้น วุ้นกรอบ ลูกตาลเชื่อม หวานเย็น โดยหลีกเลี่ยงการใส่นม และน้ำกะทิ เป็นต้น

อาหารหมู่ข้าว และแป้ง ที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่
1. อาหารจากแป้งที่มีโปรตีน ได้แก่ ข้าว ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ ขนมปัง ขนมจีน บะหมี่ ข้าวโพด มัน เผือก โดยเฉพาะที่ทำเป็นอาหารสำเร็จรูป จำพวก ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ้ว ขนมจีนน้ำยากะทิ ข้าวเหนียวปิ้ง เป็นต้น
2. อาหารจำพวกน้ำตาล และแป้งที่มีโปรตีน เช่น น้ำอัดลม ขนมปังหวาน ขนมป้งทาเนยเทียม ข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด โดนัท ทองหยิบ สังขยา ข้าวเหนียวตัด ถั่วต่าง ๆ เป็นต้น

สำหรับหมู่ไขมัน
ผู้ป่วยโรคไตควรได้รับไขมันที่พอเหมาะ แต่ไม่ควรสูงเกินไป เพราะจำทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูงได้

อาหารหมู่ไขมัน ที่รับประทานได้แก่ ไขมันที่ไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย เป็นต้น

อาหารหมู่ไขมัน ที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ไขมันที่อิ่มตัว เช่น ไขมันจากหนังสัตว์ เนย ครีม น้ำมันหมู หมูกรอบ หมูสามชั้น น้ำมันมะพร้าว กะทิ เป็นต้น

สำหรับหมู่ผัก
ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตเรื้อรังที่มีระดับโปแตสเซียมในเลือดสูงกว่า 5.0 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ควรควบคุมปริมาณโปแตสเซียมในอาหาร โดยเลือกรับประทานผักที่มีโปแตสเซียมต่ำ แต่ไม่ควรงดผัก เพราะจำทำให้ขาดวิตามิน และท้องผูก

--> ผักที่มีโปแตสเซียมต่ำ ถึง ปานกลาง ที่รับประทานได้ วันละ 1 - 2 ครั้ง เช่น แตงกวา ฟักเขียว บวบ มะระ มะละกอดิบ หอมใหญ่ กำหล่ำปลี ผักกาดแก้ว ผักกาดหอม พริกหวาน พริกหยวก เป็นต้น

ผักที่มีโปแตสเซียมสูง ที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ เห็ด หน่อไม้ฝรั่ง ดอกกะหล่ำ แครอท กะหล่ำปลี ผักโขม ผักบุ้ง ข้าวโพด มันเทศ ฟักทอง กระเจี๊ยบ ผักหวาน เป็นต้น

สำหรับหมู่ผลไม้
ผลไม้เป็นแหล่งพลังงาน วิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร แต่ผลไม้ส่วนใหญ่จะมีโปแตสเซียมสูง ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีระดับโปแตสเซียมในเลือดสูงกว่า 5.0 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หมอจะให้งดผลไม้ แต่ผู้ป่วยที่มีระดับโปแตสเซียมไม่เกิน สามารถรับประทานผลไม้ได้ในปริมาณไม่มากนักต่อวัน โดยเลือกผลไม้ที่มีระดับโปแตสเซียมต่ำ

ผลไม้ที่มีโปแตสเซียมต่ำ ถึง ปานกลาง ที่รับประทานได้ อย่างน้อย 1 มื้อต่อวัน เช่น องุ่น สับปะรด ชมพู แตงโม ลองกอง ส้มโอ มังคุด เงาะ เป็นต้น

ผลไม้ที่มีโปแตสเซียมสูง ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ กล้วยทุกชนิด ฝรั่ง ขนุน ทุเรียน น้อยหน่า ลำไย มะม่วง มะเฟือง มะปราง แคนตาลูป น้ำส้มคั้น น้ำมะพร้าว น้ำแครอท เป็นต้น

How to Kidney Care:
1. การบันทึกน้ำหนักตัวของผู้ป่วยโรคไต ทุกวัน จะเป็นการควบคุมน้ำหนักร่วมกับการจำกัดปริมาณน้ำที่ให้ดื่มต่อวัน ไม่ให้น้ำหนักตัวเกิน 1.0 กิโลกรัมต่อวัน ได้ค่ะ
2. อาหารที่มีรสเค็มจะส่งผลต่อไตเป็นอย่างมาก เพราะเกลือที่ใช้ประกอบอาหารทำให้มีรสเค็ม มักจะเป็นส่วนประกอบของโซเดียมและคลอไรด์ อาหารที่มีโซเดียมมากจะทำให้เกิดอาการกระหายน้ำ ความดันโลหิตสูง มีอาการบวมน้ำ และอาจทำให้เกิดหัวใจวาย ได้ค่ะ

บันทึกข้อมูลโดย นางสาวทิฆัมพร ตันติวิมงคล นักวิจัยและพัฒนาสุขภาพ

Sunday, March 24, 2013

Kidney Food Menu : ผัดกะเพราปลาแซลมอนทอด

เมนูอาหารสำหรับโรคไต วันนี้ ของเสนอ ผัดกะเพราปลาแซลมอนทอด (Spicy fried Salmon fish with basil leaves) 

สำหรับผู้ป่วยโรคไต การควบคุมโพแทสเซียม เป็นหลักสำคัญอย่างหนึ่งในการดูแลสุขภาพ สำหรับ ผักกะเพรา เป็นผักที่โพแทสเซียมปานกลาง แนะนำให้ทานได้เล็กน้อย แต่ใช้ในการปรุงแต่งกลิ่น ให้หอม แต่ไม่ต้องรับประทาน หรือเขี่ยออกก็ได้ค่ะ

ผัดกะเพราปลาแซลมอนทอด Spicy fried Salmon fish with basil leaves 

--> มีเครื่องปรุงและส่วนประกอบดังนี้
1. ปลาแซลมอน หั่นเป็นลูกเต๋า ชิ้นขนาดพอคำ  100 กรัม
2. ใบกะเพรา  ครึ่งถ้วยตวง
3. น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา
4. กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
5. พริกขี้หนูบุบ 3-4 เม็ด หรือตามชอบ
6. ซี่อิ้วขาว 1 ช้อนชา
7. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
8. พริกขี้หนูสับละเอียด เล็กน้อย หรือตามชอบ
9. น้ำสะอาด 100-150 มิลลิลิตร

วิธีทำ
1. ใส่น้ำมันมะกอกลงในกระทะ ตั้งไฟพอร้อน ใส่กระเทียม กับพริกขึ้หนูสับละเอียดลงไป ผัดจนมีกลิ่นหอม
2. หมักเนื้อปลาแซลมอนกับซีอิ้วขาว ทิ้งไว้ 10-15 นาที
3. เติมเนื้อที่หมักลงในกระทะ และเติมพริกขี้หนูบุบ ลงไปปรุงรสด้วยน้ำตาล หรือซีอิ้วขาวอีกเล็กน้อย
4. ผัดจนเข้ากัน เติมน้ำลงไป แล้วใส่ใบกะเพรา ผัดจนสุก
5. ตักราดบนข้าวสวย พร้อมเสริฟ

เมนูนี้ สามารถดัดแปลงอาหารได้หลาย ๆ แบบ เช่น ใช้เนื้อหมู แทนปลา ใช้ปลาช่อน ปลาดอลลี่ แทนปลาแซลมอน ใช้กุ้งแทนก็ได้เช่นกัน หรือจะมีการเติมหัวหอมใหญ่ใส่ลงไปด้วย ก็ช่วยในเรื่องของการลดเบาหวาน ได้ด้วยค่ะ

--> How to Kidney Care:
1. สำหรับผู้ป่วยโรคไต เวลาไปทานอาหารนอนบ้าน แนะนำให้ รับประทานอาหารร้านตามสั่ง โดยให้บอกเขาว่า ไม่ใส่ผงชูรส ไม่เค็ม ไม่หวาน หรือไม่ใช้น้ำปลา ขอเป็นซีอิ๋วขาวแทนค่ะ และอย่าลืมสั่งไข่ดาว เอาไข่แดงออก ทานแต่ไข่ขาวนะค่ะ จะได้ไม่ขาดโปรตีนค่ะ
2. ไปข้างนอกหน้าร้อน ๆ ผู้ป่วยโรคไต อาจกระหายน้ำบ่อยๆ แนะนำให้จิบน้ำชา อุ่น ๆ หรือ อมน้ำแข็งแทนนะค่ะ จะได้ไม่ขาดน้ำ และไม่บวมน้ำด้วยค่ะ

บันทึกข้อมูลโดย นางสาวทิฆัมพร ตันติวิมงคล นักวิจัยและพัฒนาสุขภาพ

Tuesday, March 19, 2013

Kidney Care Menu เมนูอาหารโรคไต

-->
เมนูอาหารโรคไต วันนี้ ขอเสนอ เมนู เส้นบุกผัดไข่ปลากะพง อาหารจานนี้ เหมาะทั้งสำหรับคนเป็นโรคไต คนที่มีโรคเบาหวาน โรคความดัน โรคไขมันในเลือดสูง 

คุณค่าของเมนูอาหารโรคไต นี้ อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ช่วยในการดักจับไขมัน ลดคลอเลสเตอรอล และช่วยในระบบขับถ่าย อีกทั้งยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนจากไข่ขาว ที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยในการฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อีกทั้งยังอุดมไปด้วยกรดโอเมก้า3 จากเนื้อปลากะพง ที่ย่อยง่าย นับว่าเป็นเมนูที่เหมาะสำหรับผู้รักสุขภาพ และผู้ป่วยโรคต่าง ทั้ง โรคไต โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคความดัน และโรคไขมันในเลือดสูง อีกด้วย
ส่วนประกอบของ เส้นบุกผัดไข่ปลากะพง ต่อ 1 จาน
1. ไข่ขาว 1 ฟอง (ขนาดเบอร์ 1 หรือเบอร์ 0)
2. เส้นบุกแบบเส้น 20 กรัม (แช่น้ำไว้ หรือจะเปลี่ยนมาใช้ วุ้นเส้นก็ได้)
3. กระเทียมสับ 1 กลีบ (ปอกเอาเปลือกออกให้หมด)
4. เนื้อปลากระพง 20 กรัม (ไม่เอาหนัง)
5. พริกไทยดำเม็ด (ตำหยาบ ๆ )
6. ขิงอ่อนเล็กน้อย
7. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา
8. หัวหอมใหญ่ 1/4 หัวหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
9. ผักกาดขาว หั่นเป็นชิ้นพอคำ
10. น้ำมันงา 1 ช้อนชา

วิธีทำ
  1. ตั้งกระทะให้ร้อน เติมน้ำมันงาลงไปผัดกับกระเทียมให้หอม
  2. แล้วเติมเนื้อปลากระพงที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ลงไป ผัดให้เข้ากัน 
  3. ใส่เม็ดพริกไทยดำ ที่ตำหยาบ ๆ ลงไป 
  4. และปรุงรสด้วย พริกไทยป่น และซีอิ้วขาว ชิมรส จะได้รสอ่อน ๆ 
  5. ใส่ขิงอ่อนที่หันเป็นเส้น ผักกาดขาว และหัวหอมใหญ่สับลงไป คลุกให้พอสุก
  6. เติมเส้นบุกแบบเส้น ที่แช่น้ำทิ้งไว้ให้นิ่ม และไข่ขาวลงไปผัดให้เข้ากัน แล้วยกลง
  7. เสริฟเป็นอาหารจานหลัก ลดไขมัน ลดน้ำหนัก เสริมโปรตีนได้ดี
เมนู เส้นบุกผัดไข่ปลากะพง จานนี้ สามารถดัดแปลงเมนูเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบ ได้หลายแบบ ทำให้เมนูไม่น่าเบื่อ เช่น ใช้วุ้นเส้น แทน เส้นบุก หรือใช้เส้นใหญ่ แทนเส้นบุก  หรือ ใช้เนื้อหมู แทน เนื้อปลา หรือจะเปลี่ยนเนื้อปลา เป็น เนื้อกุ้ง เนื้อปูก้อน ก็จะอร่อยไปอีกแบบเช่นกัน

เป็นกำลังใจให้ทั้ง ผู้ป่วยโรคไต และผู้ดูแลคนป่วยนะค่ะ ขอให้สู้ และสนุกกับการดำเนินชีวิตประจำวันค่ะ

How to Kidney Care:
1. ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมต่อวันของโรคไต คือ วันละ 0.6 กรัมต่อน้ำหนักตัวมาตรฐาน 1 กิโลกรัมค่ะ ถ้าน้ำหนักแห้งอยู่ที่ 50 กิโลกรัม ให้ทานเนื้อสัตว์ได้ คือ 30 กรัมค่ะ
2. การทานไข่ขาว สำหรับโรคไต สามารถทานได้ไม่มีลิมิตค่ะ เพราะกรดอะมิโน หรือโปรตีนที่ได้จากไขมัน เป็นโปรตีนชนิดดี ที่ร่างกายต้องการในการนำไปซ่อมแซมร่างกายค่ะ แนะนำให้ทานไข่ขาวให้ได้วันละ 4 วันนะค่ะ สำหรับคนดูแล ก็ทานด้วยได้วันละ 1 - 2 ฟองก็ได้ค่ะ จะได้แข็งแรงนะค่ะ
3. ผู้ป่วยโรคไต ควรตรวจเลือด หาค่า Albumin ทุก ๆ 3 เดือน เพื่อป้องกันภาวะการขาดสารอาหาร และการเสื่อมสลายของกล้ามเนื้อ เพราะถ้า albumin ในร่างกายต่ำ ร่างกายจะไปดึงกรดอะมิโนจากกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อลีบ มีอาการบวมน้ำ ได้ง่ายนะค่ะ
-->
บันทึกข้อมูลโดย นางสาวทิฆัมพร ตันติวิมงคล นักวิจัยและพัฒนาสุขภาพ