วิธีถนอมไตที่ยังเหลืออยู่ให้ทำหน้าที่ต่อไปนาน ๆ
สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ต้องฟอกไต ทั้งผู้ป่วยที่ฟอกไตด้วยวิธีล้างทางหน้าท้อง และผู้ป่วยโรคไตที่ฟอกไตด้วยเครื่องฟอกไตเทียม หลักการดูแลไตที่เหลืออยู่ให้ทำหน้าที่ต่อไปนาน ๆ นั้นมีดังนี้
1. การรักษาปริมาณน้ำปัสสาวะไว้
ยิ่งทำการฟอกไตไปนานเท่าไร การทำงานของไตจะลดลง และอาจส่งผลให้ไตที่เหลือทำงานลดลงจนไม่ทำงาน ก็มีโอกาสเป็นไปได้ ดังนั้น การรักษาปริมาณน้ำปัสสาวะไว้ ในแต่ละวัน ให้ไตทำงาน และมีการปัสสาวะออกด้วยตนเองนั้น ยังดีกว่า ในแต่ละวันไม่ปัสสาวะเลย เพราะแสดงว่า ไตไม่ทำงานอีกต่อไป ต้องใช้ชีวิตโดยการฟอกไตออก และต้องควบคุมน้ำในปริมาณที่เข้มงวดกว่าเดิม หรือเพิ่มจำนวนครั้งในการฟอก หรือในการฟอกแต่ละครั้งต้องดึงน้ำออกมากกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งต่อภาวะจิตใจ และภาวะร่างกาย ดังนั้น
ต้องใส่ใจดูแลการดื่มน้ำในแต่ละวัน ดังนั้น อย่าให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ ต้องให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอในแต่ละวัน หากมีเหงื่อออกมากวันไหน ก็ต้องดื่มน้ำชดเชยเข้าไป และต้องหมั่นชั่งน้ำหนักตัว เพื่อดูว่าเพิ่มมากน้อยแค่ไหน ในแต่ละวันต้องเพิ่มไม่เกิน 1 กิโลกรัม และปริมาณน้ำโดยเฉลี่ยในแต่ละวัน คิดจาก ปริมาณน้ำปัสสาวะใน 1 วัน บวกกับน้ำ 500 มิลลิลิตร เป็นปริมาณน้ำที่เพียงพอในแต่ละวันของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง
2. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคไต ต้องเป็นการออกกำลังกายที่ไม่หักโหม แนะนำให้ใช้การออกกำลังกายคือ การเดินออกกำลังกาย และการปั่นจักรยาน เพื่อรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไว้ และช่วยคงการทำงานของไตไว้ด้วย ดังนั้น การออกกำลังเพียงวันละ 15 - 30 นาที อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ต้องให้หัวใจเต้นถี่มากเกินไป หรือเหนื่อยมากเกินไป จะเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไต และมีความปลอดภัยสูง
3. การรับประทานยาขับปัสสาวะ
การรับประทานยาขับปัสสาวะ จะขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ ซึ่งมักจะให้ยาขับปัสสาวะ เพื่อให้ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำปัสสาวะให้ออกมากขึ้น เพื่อขจัดของเสียออกจากร่างกาย แต่เมื่อรับประทานมาระยะหนึ่งแล้ว ผลของยาขับปัสสาวะ ทำให้ไม่แตกต่างกัน ถึงจะทานหรือไม่ทาน ก็ควรจะหยุดใช้ยาตัวนี้ เพราะยาทุกชนิดยอมมีผลข้างเคียงต่อสุขภาพ และทำให้ตับต้องทำงานหนักในการขจัดออกจากร่างกาย
4. การรับประทานยาความดัน
การรับประทานยาความดัน เพื่อควบคุมมิให้ความดันสูงขึั้น ซึ่งจะไปส่งผลต่อเส้นเลือดฝอยที่กรวยไต หากควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ ทำให้ความดันสูงบ่อย ๆ ไตจะยิ่งเสื่อมสภาพลง ดังนั้น การลดความดันให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน จะช่วยถนอมไตที่เหลืออยู่ได้อีกทางหนึ่ง
How To Kidney Care:
1. การรับประทานผลไม้ เพื่อช่วยในการขับปัสสาวะ ก็เป็นการช่วยถนอมไตอีกทางหนึ่ง ผลไม้ที่มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ คือ แตงโม แกนสับปะรด เป็นต้น
2. ไม่แนะนำสมุนไพรที่ช่วยขับปัสสาวะ เพราะในสมุนไพรเหล่านั้นจะมี โพแทสเซียม สูง สำหรับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่มีระดับโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส สูงอยู่แล้ว ควรระวัง เช่น หญ้าหนวดแมว หญ้าปักกิ่ง เป็นต้น
สนใจมาพูดคุยเรื่องโรคไตได้ที่ www.facebook.com/friutenzyme
Showing posts with label โรคไตวาย. Show all posts
Showing posts with label โรคไตวาย. Show all posts
Tuesday, April 23, 2013
Monday, April 1, 2013
Tip of Cooking for Kidney Care Food เคล็ดลับในการปรุงอาหารให้อร่อยสำหรับโรคไต
เคล็ดลับในการปรุงอาหารให้อร่อยสำหรับอาหาร โรคไต ที่ต้องใช้เกลือน้อย
-->
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต เนื่องจาก ถูกจำกัดปริมาณของเกลือ หรือต้องใช้เกลือน้อยมากในการปรุงอาหาร จึงอาจทำให้ได้อาหารที่มีรสจืดชืด ไม่น่ารับประทาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาหารจะอร่อยไม่จำเป็นต้องใช้เกลือ หรือน้ำปลา หรือผงปรุงรสในการประกอบอาหารเลย แต่ขึ้นกับฝีมือการปรุงอาหาร วิธีการปรุงอาหาร วัตถุดิบของอาหาร ซึ่งก็ทำให้อาหารอร่อยได้ แม้จะถูกจำกัดปริมาณความเค็ม
เคล็ดลับง่าย ๆ ก็คือ
1. วัตถุดิบของอาหารต้องสดใหม่ ตรงตามฤดูกาลเพาะปลูก เพราะจะให้รสชาด คุณค่า และความอร่อยอย่างเต็มที
2. กับข้าวหลักที่มีการปรุงรสด้วยเกลือ หรือน้ำปลา เต็มทีตามข้อจำกัด 1 อย่าง รวมกับกับข้าวอื่น ๆ ที่ไม่ต้องใช้เกลือในการปรุงรส หรือปราศจากเกลือ ใส่น้ำส้มสายชูแทน ให้มีรสที่แตกต่างกัน ทานร่วมกัน ก็จะอร่อย เจริญอาหารดี หรือ ทำอาหารที่ปราศจากเกลือ แต่ให้มีน้ำจิ้มที่รสจัด สำหรับปรุงรสแทนก็ได้
3. ทำเป็นอาหารจานเดียว ทำให้คุมปริมาณเกลือ และควบคุมให้ได้พลังงานที่เพียงพอได้ง่ายกว่า ทำเป็นกับข้าว อีกทั้งยังสามารถปรุงรสได้เต็มทีในปริมาณควบคุมต่อ 1 มื้ออีกด้วย
4. ทุกมื้อ ควรมีอาหารปรุงร้อน ๆ จากน้ำมัน เช่น อาหารผัด ทอด สลัด เป็นต้น เพราะอาหารพวกนี้ ไม่ต้องใช้เกลือ ก็ได้ อีกทั้ง น้ำมันยังช่วยชดเชยพลังงานได้ดี ควรทานอย่างน้อย วันละ 1 มื้อ
5. การปรุงอาหารอย่างชาญฉลาด เช่น การทำข้าวอบสมุนไพร เช่น ข้าวอบมัน ข้าวอบข้าวโพด ความหวานของสมุนไพร หรือผัก จะช่วยให้เจริญอาหาร ลดความเค็ม หรือ การต้มผัก แทนการลวกผัก ก็จะช่วยลดปริมาณฟอสฟอรัส หรือโพแทสเซียมในผักได้ เป็นต้น
6. การประกอบอาหารอย่างมีเทคนิค เช่น การเลือกใช้เครื่องปรุงรสที่มีเกลือน้อย โดยอ่านที่ฉลากด้านหลัง การทำอาหารประเภทต้มที่ไม่ต้องใส่น้ำตาล เมื่อปรุงรสด้วยเกลือเพียงเล็กน้อย ก็จะให้รสเข้มข้น ไม่มีน้ำตาลกลบรส หรือการใช้กลิ่นของสมุนไพรเครื่องเทศ หรือผลไม้รสเปรี้ยว ในการปรุงรสอาหาร เช่น ขิง ข่า มะนาว ส้ม แอปเปิ้ล พริกไทย มัสตารด์ด ผงกะหรี่ กระเทียม เป็นต้น สามารถใช้ทดแทนความเค็มได้ อีกทั้งยังช่วยเจริญอาหารได้อีกด้วย
7. การรับประทานอาหารด้วยความสบายใจ ทานพร้อมเพรียงกัน ทานเหมือน ๆ กัน ช่วยทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกแปลกแยก และทานอาหารได้มากขึ้น
How to Kidney Care:
-->
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต เนื่องจาก ถูกจำกัดปริมาณของเกลือ หรือต้องใช้เกลือน้อยมากในการปรุงอาหาร จึงอาจทำให้ได้อาหารที่มีรสจืดชืด ไม่น่ารับประทาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาหารจะอร่อยไม่จำเป็นต้องใช้เกลือ หรือน้ำปลา หรือผงปรุงรสในการประกอบอาหารเลย แต่ขึ้นกับฝีมือการปรุงอาหาร วิธีการปรุงอาหาร วัตถุดิบของอาหาร ซึ่งก็ทำให้อาหารอร่อยได้ แม้จะถูกจำกัดปริมาณความเค็ม
เคล็ดลับง่าย ๆ ก็คือ
1. วัตถุดิบของอาหารต้องสดใหม่ ตรงตามฤดูกาลเพาะปลูก เพราะจะให้รสชาด คุณค่า และความอร่อยอย่างเต็มที
2. กับข้าวหลักที่มีการปรุงรสด้วยเกลือ หรือน้ำปลา เต็มทีตามข้อจำกัด 1 อย่าง รวมกับกับข้าวอื่น ๆ ที่ไม่ต้องใช้เกลือในการปรุงรส หรือปราศจากเกลือ ใส่น้ำส้มสายชูแทน ให้มีรสที่แตกต่างกัน ทานร่วมกัน ก็จะอร่อย เจริญอาหารดี หรือ ทำอาหารที่ปราศจากเกลือ แต่ให้มีน้ำจิ้มที่รสจัด สำหรับปรุงรสแทนก็ได้
3. ทำเป็นอาหารจานเดียว ทำให้คุมปริมาณเกลือ และควบคุมให้ได้พลังงานที่เพียงพอได้ง่ายกว่า ทำเป็นกับข้าว อีกทั้งยังสามารถปรุงรสได้เต็มทีในปริมาณควบคุมต่อ 1 มื้ออีกด้วย
4. ทุกมื้อ ควรมีอาหารปรุงร้อน ๆ จากน้ำมัน เช่น อาหารผัด ทอด สลัด เป็นต้น เพราะอาหารพวกนี้ ไม่ต้องใช้เกลือ ก็ได้ อีกทั้ง น้ำมันยังช่วยชดเชยพลังงานได้ดี ควรทานอย่างน้อย วันละ 1 มื้อ
5. การปรุงอาหารอย่างชาญฉลาด เช่น การทำข้าวอบสมุนไพร เช่น ข้าวอบมัน ข้าวอบข้าวโพด ความหวานของสมุนไพร หรือผัก จะช่วยให้เจริญอาหาร ลดความเค็ม หรือ การต้มผัก แทนการลวกผัก ก็จะช่วยลดปริมาณฟอสฟอรัส หรือโพแทสเซียมในผักได้ เป็นต้น
6. การประกอบอาหารอย่างมีเทคนิค เช่น การเลือกใช้เครื่องปรุงรสที่มีเกลือน้อย โดยอ่านที่ฉลากด้านหลัง การทำอาหารประเภทต้มที่ไม่ต้องใส่น้ำตาล เมื่อปรุงรสด้วยเกลือเพียงเล็กน้อย ก็จะให้รสเข้มข้น ไม่มีน้ำตาลกลบรส หรือการใช้กลิ่นของสมุนไพรเครื่องเทศ หรือผลไม้รสเปรี้ยว ในการปรุงรสอาหาร เช่น ขิง ข่า มะนาว ส้ม แอปเปิ้ล พริกไทย มัสตารด์ด ผงกะหรี่ กระเทียม เป็นต้น สามารถใช้ทดแทนความเค็มได้ อีกทั้งยังช่วยเจริญอาหารได้อีกด้วย
7. การรับประทานอาหารด้วยความสบายใจ ทานพร้อมเพรียงกัน ทานเหมือน ๆ กัน ช่วยทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกแปลกแยก และทานอาหารได้มากขึ้น
How to Kidney Care:
1. อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต คนธรรมดา สามารถรับประทานได้ หรืออาหารทั่วไปสำหรับคนธรรมดา ผู้ป่วยโรคไตก็รับประทานได้ เพียงแต่ให้ระวังเรื่องความเค็ม หรือเลือกใช้ เครื่องปรุงรสที่มีปริมาณเกลือต่ำ เพื่อสุขภาพของผู้ป่วย และตัวคุณเองค่ะ
2. ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ที่ได้รับการฟอกเลือก หรือล้างทางหน้าท้อง สามารถเดินทางไปท่องเที่ยว รับประทานอาหารนอกบ้านได้ เพียงแต่ให้ระมัดระวังการเลือกรับประทานอาหาร ควรเป็นอาหารตามสั่ง เพื่อจะได้สั่งให้ไม่ใส่น้ำปลา ไม่ใส่ผงชูรส ให้ใส่ซี้อิ้วขาวแทน และระมัดระวังในการดื่มน้ำ หากอยู่ในระยะถูกจำกัดปริมาณน้ำต่อวัน
-->
Subscribe to:
Posts (Atom)

