Showing posts with label โปแตสเซียม. Show all posts
Showing posts with label โปแตสเซียม. Show all posts

Tuesday, March 26, 2013

Food Kidney Care: อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต

อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง 

ไต มีหน้าที่ในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย โดยเฉพาะอาหารที่เรารับประทานเข้าไปแล้ว หากไตทำงานไม่สมบูรณ์ ประสิทธิภาพในการกำจัดของเสียก็จะลดลง จนทำให้เกิดภาวะการคั่งของของเสียในกระแสเลือด ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการบวมน้ำ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ความดันสูง หรืออาจเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ จนทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ การฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม ก็เป็นอีกทางหนึ่งในการขจัดของเสียออกจากร่างกาย ทำหน้าที่แทนไต แต่การฟอกเลือดด้วยไตเทียมนั้น มิได้ฟอกเป็นประจำทุกวัน หรือตลอดเวลา เหมือนกับที่ไตของเราทำหน้าที่กรองของเสียในกระแสเลือดตลอดเวลา ดังนั้น การควบคุมการรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง จึงมีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อช่วยลดการคั่งของของเสียในเลือด และลดอัตราการเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ

การควบคุมอาหารของผู้ป่วยโรคไตนั้น ทำให้เกิดข้อดี 5 ประการ ดังนี้
1. ช่วยไม่ให้ไตทำงานหนัก ชะลอการเสื่อมของไต
2. ลดการคั่งของของเสียท่เกิดขึ้นในร่างกาย ทำให้ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน
3. ป้องกันการขาดสารอาหาร
4. ยืดเวลาที่ต้องฟอกเลือดออกไป หรือฟอกจำนวนน้อยครั้งต่อสัปดาห์
5. ช่วยให้มีสุขภาพดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

หัวใจหลักของการรับประทานอาหารในโรคไตวายเรื้อรัง
1. ควรลดการรับประทานเนื้อสัตว์ลง
2. ไม่รับประทานเค็ม
3. เลี่ยงไขมันสัตว์
4. ควบคุมน้ำหนักตัว
5. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

สำหรับอาหาร 5 หมู่ ของโรคไตวายเรื้อรัง คือ
1. หมู่เนื้อสัตว์
2. หมู่ข้าว
3. หมู่ไขมัน
4. หมู่ผัก
5. หมู่ผลไม้

สำหรับหมู่เนื้อสัตว์ 
จำเป็นต้องรับประทานในปริมาณควบคุม เพราะโปรตีนจำเป็นในการเสริมสร้าง และซ่อมแซมเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ และระบบภูมิต้านทานโรค แต่ในหมู่เนื้อ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว ร่างกายจะย่อยเนื้อสัตว์เป็นสารอาหาร ที่จำเป็น เช่น กรดอะมิโน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ส่วนของเหลือหรือของเสียที่ได้นั้น จะถูกขับออกทางไตมาทางปัสสาวะ แต่เมื่อไตทำงานน้อยลง ก็จะทำให้เกิดการสะสมหรือคั่งของของเสียในกระแสเลือด ดังนั้น การควบคุมปริมาณโปรตีน หรือหมู่เนื้อสัตว์ในอาหารจึงมีความจำเป็นมาก....

อาหารเนื้อสัตว์ที่ควรหลีกเลี่ยงได้แก่
1. เนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง เช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ หนังหมู หนังไก่ เนื้อติดมัน คอหมูย่าง เป็ด หมูกรอบ หมูสามชั้น ไข่ปลา เป็ดย่าง เป็นต้น
2. เนื้อสัตว์ที่มีคุณค่าทางอาหารต่ำ เช่น เอ็นหมู เอ็นวัว ข้อไก่ คากิ หูฉลาม ตีนไก่ กระดูกอ่อน เป็นต้น
3. เนื้อสัตว์ที่ทานทั้งเปลือก หรือกระดูก เช่น แมลง ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง เนื่องจากมีฟอสฟอรัสมาก

อาหารเนื้อสัตว์ที่รับประทานได้ ได้แก่
1. ไก่ย่าง ไก่ทอด ไก่อบ ที่ไม่ติดหนัง
2. หมูทอด หมูปิ้ง หมูอบ ที่ไม่ติดมัน
3. ปลาต่าง ๆ
4. ลูกชิ้น ไก่ หมู ปลา
5. กุ้งนึ่ง กุ้งเผา ไม่ติดหัว หรือมันกุ้ง
6. ไข่ขาวต้ม ไข่ขาวทอด ไข่ขาวตุ๋น

สำหรับหมู่ข้าว และแป้ง
เป็นหมู่ที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย เนื่องจากผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง จะถูกจำกัดอาหารโปรตีน ดังนั้น การทานอาหารหมู่ข้าว และแป้ง เข้าไปทดแทน เพื่อให้ได้พลังงานเพียงพอต่อวันจึงจำเป็นอย่างมาก

อาหารหมู่ข้าว และแป้งที่รับประทานได้ ได้แก่
1. อาหารจากแป้งชนิดที่ไม่มีโปรตีน สามารถรับประทานได้เป็นประจำ ได้แก่ วุ้นเส้น ก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ ขนมกุยช่าย แป้งมัน สาคู เป็นต้น โดยจะทำเป็น ยำวุ้นเส้น วุ้นเส้นผัดไทย ก๋วยเตี๋ยวเซียงไฮ้ผัดขี้เมา เป็นต้น
2. อาหารจำพวกน้ำตาล และแป้งที่ไม่มีโปรตีน เช่น วุ้นน้ำหวาน สาคูน้ำเชื่อม ลูกชิด วุ้นลอยแก้ว ลอดช่องสิงคโปร์ สาคูเปียก สาคูแคนตาลูป ซ่าหริ่ม ขนมมัน ขนมชั้น วุ้นกรอบ ลูกตาลเชื่อม หวานเย็น โดยหลีกเลี่ยงการใส่นม และน้ำกะทิ เป็นต้น

อาหารหมู่ข้าว และแป้ง ที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่
1. อาหารจากแป้งที่มีโปรตีน ได้แก่ ข้าว ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ ขนมปัง ขนมจีน บะหมี่ ข้าวโพด มัน เผือก โดยเฉพาะที่ทำเป็นอาหารสำเร็จรูป จำพวก ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ้ว ขนมจีนน้ำยากะทิ ข้าวเหนียวปิ้ง เป็นต้น
2. อาหารจำพวกน้ำตาล และแป้งที่มีโปรตีน เช่น น้ำอัดลม ขนมปังหวาน ขนมป้งทาเนยเทียม ข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด โดนัท ทองหยิบ สังขยา ข้าวเหนียวตัด ถั่วต่าง ๆ เป็นต้น

สำหรับหมู่ไขมัน
ผู้ป่วยโรคไตควรได้รับไขมันที่พอเหมาะ แต่ไม่ควรสูงเกินไป เพราะจำทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูงได้

อาหารหมู่ไขมัน ที่รับประทานได้แก่ ไขมันที่ไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย เป็นต้น

อาหารหมู่ไขมัน ที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ไขมันที่อิ่มตัว เช่น ไขมันจากหนังสัตว์ เนย ครีม น้ำมันหมู หมูกรอบ หมูสามชั้น น้ำมันมะพร้าว กะทิ เป็นต้น

สำหรับหมู่ผัก
ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตเรื้อรังที่มีระดับโปแตสเซียมในเลือดสูงกว่า 5.0 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ควรควบคุมปริมาณโปแตสเซียมในอาหาร โดยเลือกรับประทานผักที่มีโปแตสเซียมต่ำ แต่ไม่ควรงดผัก เพราะจำทำให้ขาดวิตามิน และท้องผูก

--> ผักที่มีโปแตสเซียมต่ำ ถึง ปานกลาง ที่รับประทานได้ วันละ 1 - 2 ครั้ง เช่น แตงกวา ฟักเขียว บวบ มะระ มะละกอดิบ หอมใหญ่ กำหล่ำปลี ผักกาดแก้ว ผักกาดหอม พริกหวาน พริกหยวก เป็นต้น

ผักที่มีโปแตสเซียมสูง ที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ เห็ด หน่อไม้ฝรั่ง ดอกกะหล่ำ แครอท กะหล่ำปลี ผักโขม ผักบุ้ง ข้าวโพด มันเทศ ฟักทอง กระเจี๊ยบ ผักหวาน เป็นต้น

สำหรับหมู่ผลไม้
ผลไม้เป็นแหล่งพลังงาน วิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร แต่ผลไม้ส่วนใหญ่จะมีโปแตสเซียมสูง ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีระดับโปแตสเซียมในเลือดสูงกว่า 5.0 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หมอจะให้งดผลไม้ แต่ผู้ป่วยที่มีระดับโปแตสเซียมไม่เกิน สามารถรับประทานผลไม้ได้ในปริมาณไม่มากนักต่อวัน โดยเลือกผลไม้ที่มีระดับโปแตสเซียมต่ำ

ผลไม้ที่มีโปแตสเซียมต่ำ ถึง ปานกลาง ที่รับประทานได้ อย่างน้อย 1 มื้อต่อวัน เช่น องุ่น สับปะรด ชมพู แตงโม ลองกอง ส้มโอ มังคุด เงาะ เป็นต้น

ผลไม้ที่มีโปแตสเซียมสูง ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ กล้วยทุกชนิด ฝรั่ง ขนุน ทุเรียน น้อยหน่า ลำไย มะม่วง มะเฟือง มะปราง แคนตาลูป น้ำส้มคั้น น้ำมะพร้าว น้ำแครอท เป็นต้น

How to Kidney Care:
1. การบันทึกน้ำหนักตัวของผู้ป่วยโรคไต ทุกวัน จะเป็นการควบคุมน้ำหนักร่วมกับการจำกัดปริมาณน้ำที่ให้ดื่มต่อวัน ไม่ให้น้ำหนักตัวเกิน 1.0 กิโลกรัมต่อวัน ได้ค่ะ
2. อาหารที่มีรสเค็มจะส่งผลต่อไตเป็นอย่างมาก เพราะเกลือที่ใช้ประกอบอาหารทำให้มีรสเค็ม มักจะเป็นส่วนประกอบของโซเดียมและคลอไรด์ อาหารที่มีโซเดียมมากจะทำให้เกิดอาการกระหายน้ำ ความดันโลหิตสูง มีอาการบวมน้ำ และอาจทำให้เกิดหัวใจวาย ได้ค่ะ

บันทึกข้อมูลโดย นางสาวทิฆัมพร ตันติวิมงคล นักวิจัยและพัฒนาสุขภาพ