- ไต ของเรามีหน้าที่อะไร ?
- ไต ของเราอยู่ตรงไหนของร่างกาย ?
- ไต ของเรามีความสำคัญอย่างไร ?
- เมื่อสูญเสียการทำงานของ ไต จะทำให้เกิดโรคอะไรบ้าง
ไต... ไต ของคนเรามีลักษณะรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่ว ในร่างกายมีไตอยู่ 2 ข้างที่ด้านหลังเหนือระดับบั้นเอว ไต จะอยู่บริเวณใต้กระดูกซี่โครงด้านล่าง และ ไต ขวาอยู่ต่ำกว่าไต ซ้ายเล็กน้อย ดังรูป
หน้าที่ของไตมีอะไรบ้าง
คุณรู้ไหมว่า ไต ทำหน้าที่ในการกรองของเสียออกจากเลือด 1 ลิตรต่อนาที โดยประมาณ กล่าวคือ เลือดทั่วตัวเฉลี่ยแล้วทุก ๆ 5 นาทีจะไหลเข้าออกจากไตแล้วประมาณ 1 รอบ ด้วยเหตุที่เลือดมีการไหลเข้าสู่ไตในปริมาณมาก ทำให้ไตต้องทำหน้าที่ในการหอกเลือดอย่างต่อเนื่อง และของเสียที่ถูกกรองจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ เฉลี่ยต่อวันมีปัสสาวะประมาณ 1.5 ลิตร หรือนาทีละ 1 ซีซี ซึ่งขั้นตอนในการ กรองของเสียจนกระทั่งกลายเป็นปัสสาวะ มีดังนี้
1. ปริมาณการไหลเวียนของเลือดในไต นาทีละ 1 ลิตร
2. ปริมาณการไหลเวียนของพลาสม่าในไต นาทีละ 500 ซีซี
3. ปริมาณการกรองของโกลเมอรูลัส นาทีละ 100 ซีซี
4. ผลิตน้ำปัสสาวะได้นาทีละ 1 ซีซี
สิ่งที่ออกมาพร้อมน้ำปัสสาวะได้แก่ เกลือ 1% ยูเรีย 50% ครีอาตีนิน 20% โปตัสเซียม ฟอสฟอรัส กรดยูริค 5-10% เป็นต้น แต่ ไต มิได้มีหน้าที่หลักเพียง 1 หน้าที่ ไตยังมีหน้าที่มากมาย ซึ่งจะกล่าวต่อไป ดังนี้
ของเสียที่ ไต กรองออก ได้แก่ น้ำ โปรตีน โซเดียม โพแทสเซียม เม็ดเลือดแดง ครีอาตินิน (สารพิษ) ส่วนที่ร่างกายใช้ได้จะถูกดูดกลับ เช่น โปรตีน เม็ดเลือดแดง และน้ำในปริมาณที่จำเป็น ดูดกลับเข้าสู่กระแสเลือดอีกครั้ง ดังนั้น ไต มีหน้าที่สำคัญ คือ การกรองเอาของที่ยังมีประโยชน์เก็บไว้ในร่างกาย ส่วนของที่ไม่มีประโยชน์แล้วจะถูกคัดกรองปนออกมากับปัสสาวะ เพื่อขับทิ้งสู่ภายนอก
แต่หน้าที่ของไต มิได้มีเพียงเท่านี้ ไตยังมีหน้าที่ อีกมากมาย สรุปเป็นข้อ ๆ ดังนี้
- ไต มีหน้าที่ขับถ่ายของเสียและน้ำออกจากร่างกาย (ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น เป็นหน้าที่หลัก) ซึ่งปกติ เมื่อเรารับประทานอาหารและดื่มน้ำเข้าสู่ร่างกาย เมื่ออาหารถูกย่อยและเผาผลาญจะเหลือแต่ของเสียในรูปของสารยูเรีย และอื่น ๆ ไต จะทำหน้าที่ขจัดของเสียและน้ำส่วนเกินเหล่านั้นออกไปทิ้งนอกร่างกาย หากแต่ถ้า ไต ทำงานบกพร่อง จะเกิดภาวะคั่งของของเสียในเลือดและเกิดอาการบวมน้ำของร่างกายได้
- ไต ทำหน้าที่รักษาสมดุลของกรดและด่างในร่างกาย เมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไป โดยเฉพาะอาหารจำพวกโปรตีน และคาร์โบไฮเดรต เช่น เนื้อสัตว์ และขนมปัง ร่างกายจะเผาผลาญเกิดเป็นของเสียจำพวกสารยูเรีย และทำให้เลือดมีความเป็นกรด ซึ่ง ไต จะทำหน้าที่ในการขับกรดยูเรีย ส่วนเกิดเหล่านี้ออกในรูปของเกลือฟอสเฟต ซัลเฟต ซึ่งทำให้สมดุลของกรด และด่างในร่างกายอยู่ในสภาพเป็นกลางตลอดเวลา ดังนั้น ผู้ป่วยที่ มีการทำงานของไตลดลง จะทำให้ไตขับกรดออกทางหลอดไตฝอยได้น้อยลง ทำให้ร่างกายเกิดภาวะความเป็นกรด ก่อให้เกิดอาการหอบเหนื่อย ซึม หมดสติได้
- ไต ทำหน้าที่ควบคุมสมดุลเกลือแร่ โดยเฉพาะ เกลือโซเดียม และโพแทสเซียม ซึ่งไตจะทำหน้าที่ในการขับเกลือส่วนเกินเหล่านี้ออกจากร่างกาย ทำให้สมดุลเกลือแร่ในร่างกายเหมาะสม แต่หากผู้ป่วยมีอาการไตวาย จะทำให้การขับเกลือแร่ โซเดียม และโพแทสเซียม ลดลง โดยเฉพาะเกลือโพแทสเซียม หากระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงเกินจะเป็นอันตรายทำให้หัวใจวาย ถึงแก่ชีวิตได้
- ไต ทำหน้าที่ในการควบคุมความเข้มข้นและปริมาณของปัสสาวะ โดยอาศัยฮอร์โมนที่หลั่งมาจากต่อมใต้สมอง ออกฤทธิ์กับหลอดไตฝอย เวลาร่างกายขาดน้ำ ฮอร์โมนจะหลั่งมามากทำให้ปัสสาวะเข้มและมีปริมาณลดลง แต่หากมีน้ำมากเพียงพอ ฮอร์โมนจะหลั่งออกมาน้อย ทำให้ปัสสาวะจาง และมีปริมาณเพิ่มขึ้น
- ไต ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมน โดยทั่วไป คงไม่ทราบกันว่า ไต ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนได้หลายชนิด ตัวอย่างเช่น
- ฮอร์โมน อิริโธรโปรตีน Erythropoietin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงในไขกระดูก หากมีภาวะไตวาย การสร้างฮอร์โมนจะลดลง ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง
- ฮอร์โมน แคลซิไตรออล Calcitriol ซึ่งก็คือ วิตามินดี นั่นเอง เป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม และฟอสฟอรัส จากลำไส้ เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูก หากขาดฮอร์โมนนี้ จะทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนนั่นเอง
- ฮอร์โมน เรนิน-แองจิโอเทนซิน Rennin – angiotensin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมความดันโลหิต ระบบเรนิน-แองจิโอเทนซิน จะไปกระตุ้นหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดหดรัดตัว และกระตุ้นการหลั่งแอลโดสเตอโรน ที่ต่อมหมวกไตส่วนนอก ทำให้เพิ่มปริมาณของโซเดียมและน้ำมากขึ้น ปริมาณเลือดจะเพิ่มขึ้น ดังนั้น เมื่อเป็นโรคไต จะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นจากเดิม เพราะไม่มีระบบเรนิน-แองจิโอเทนซิน ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ติดตามอ่าน สถาณการณ์โรคไตในประเทศไทย ได้ที่บทความนี้ค่ะ โรคไต
How to Kidney Care
1. ควรไปตรวจสุขภาพไตเป็นประจำอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง
2. ควรดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน ประมาณ 2 - 3 ลิตร ไม่ควรน้อยหรือมากเกินไป เพราะทำให้ไตทำงานหนัก
3. หลีกเลี่ยงการทานอาหารรสเค็มจัด และโปรตีนในปริมาณมาก ๆ หรือติดต่อกัน เพราะทำให้ไตทำงานหนัก
บันทึกข้อมูลโดย นางสาวทิฆัมพร ตันติวิมงคล นักวิจัยและพัฒนาสุขภาพ
