Showing posts with label รักไต. Show all posts
Showing posts with label รักไต. Show all posts

Monday, March 18, 2013

The Kidney Disease in Thailand สถานการณ์โรคไตในไทย

สถานการณ์โรคไตในปัจจุบันของประเทศไทย

จากรายงานทางสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ปี 2555 พบว่า ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก โดยมีรายงานการคัดกรองความชุกของโรคไตเรื้อรังเท่ากับ 4.6% ของกลุ่มผู้ป่วย และพบกลุ่มผู้ป่วยโรคไตมากที่สุดในช่วงอายุ 45 - 65 ปี  พบในเพศหญิง 18.7% ในเพศชาย 16.3% ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 ขึ้นไป และมีแนวโน้มการเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละปี มีความชุกของการเกิดโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 เพิ่มมากขึ้นด้วย

โดยทั้งนี้ โรคไตเรื้อรัง หรือโรคไตเสื่อม นั้น เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ก่อให้เกิดการรักษาที่ยุ่งยาก และมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นทางสาธารณสุข

จากการสำรวจของสมาคมโรคไตพบว่าประเทศไทยมีประชากรที่มีปัญหาโรคไตสูงถึงประมาณ 5 ล้านคน และพบว่า 17 % ของประชากรทั้งประเทศเป็นผู้ป่วยโรคไตในระยะต้น ๆ ก่อนที่จะต้องได้รับการรักษาโดยวิธีทดแทนไต อันได้แก่ การฟอกเลือด ล้างช่องท้อง หรือเปลี่ยนไต

สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังซึ่งจำเป็นต้องรักษาโดยวิธีทดแทนไตมีอยู่ด้วยกันประมาณ 32,000 ราย ซึ่งในแต่ละปีจะพบผู้ป่วยรายใหม่อีกกว่า 10,000 ราย ซึ่งคนไข้เหล่านี้จะมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงถึงประมาณ 200,000 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่ทางสาธารณสุขของประเทศ

โรคไตที่พบบ่อยในประเทศไทย เกิดมากจาก
1. โรคไตวายเฉียบพลัน ที่เกิดจากการติดเชื้อโรคฉี่หนู
2. โรคไตวายเฉียบพลันจากการเกิดนิ่วในไต และระบบทางเดินปัสสาวะ
3. โรคไตเสื่อมเรื้อรังจากเบาหวาน
4. โรคไตเสื่อมเรื้อรังจากความดันโลหิตสูง
5. โรคไตเสื่อมเรื้อรังจากโรคเกาต์

--> ดังนั้น เราควรมาทำความรู้จัก โรคไต กันหน่อยว่าหมายถึงอะไร
ตามคำบัญยัติของศัพท์ทางการแพทย์ โรคไต หมายถึง โรคอะไรก็ได้ที่ทำให้เกิดความผิดปกติขึ้นในเนื้อไต หรือทางเดินปัสสาวะ โรคไตบางชนิดเป็นแล้วหายได้ แต่บางอย่างไม่หาย ที่เรียกว่า โรคไตเรื้อรัง ซึ่งเป็นการสูญเสียการทำงานของระบบไตอย่างถาวร

ผู้ป่วยโรคไต อาจมีอาการที่สังเกตุได้ และสังเกตุไม่ได้ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน จนอาการมากขึ้นจนเห็นได้ชัด เช่น เหนื่อยง่าย ซีด อ่อนเพลีย ตัวบวม เหนื่อยหอบ เป็นต้น

เมื่อไม่นานมานี้ ที่งาน “รักไต ใส่ใจสุขภาพ” ผศ.พญ.เสาวลักษณ์ ชูศิลป์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคไต โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เผยว่า สาเหตุของโรคไตที่พบบ่อย มี 3 สาเหตุหลักๆ คือ

1. เส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงไตเกิดตีบตัน ทำให้เลือดมาเลี้ยงไม่สะดวก เรียกว่า ไตขาดเลือด เกิดจากภาวะเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น
2. สาเหตุต่อมา ตัวเนื้อไตเกิดการอักเสบ เนื่องจากเส้นเลือดฝอยในไตอักเสบติดเชื้อ หรือแพ้ยาบางชนิด เกิดจากการติดเชื้อ 
3. และสาเหตุสุดท้าย ปัญหาจากท่อส่งปัสสาวะ หรือกระเพาะปัสสาวะ เช่น เกิดการตีบตันจากนิ่วหรือต่อมลูกหมากโต ส่งผลให้เกิดความดันไปยังไต 

จากสถานการณ์ปัจจุบันของโรคไตจะเห็นได้ว่า เราอาจเป็น หนึ่งในอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคไตได้ ซึ่งก็อาจเป็นเราที่จะเป็นผู้ป่วยโรคไต แพทย์จึงแนะนำให้เราทำการตรวจเลือด และตรวจปัสสาวะประจำปี ทุกปี เพื่อติดตามแนวโน้มการเกิดโรคไต และโรคอื่น ๆ ค่ะ
-->
How to Kidney Care 
1. ลดอาหารเค็มทุกชนิด เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานหนักของไต 
2. หากเป็นเบาหวาน ความดัน และเกาต์ ควรตรวจติดตามอาการของโรคไตทุก ๆ 3 - 6 เดือน หรือเป็นประจำทุกปี
3. ออกกำลังกายทุกวันเป็นประจำอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้หลอดเลือดอ่อนนุ่ม ไม่แข็ง ตีบตัน 

บันทึกข้อมูลโดย นางสาวทิฆัมพร ตันติวิมงคล นักวิจัยและพัฒนาสุขภาพ