อาการบวมน้ำของผู้ป่วยโรคไต Edema of Kidney Disease
ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง มักจะมีอาการบวมน้ำควบคู่ไปด้วยเสมอ เนื่องจากอวัยวะไต ทำหน้าที่ในการกำจัดน้ำ และของเสียออกจากร่างกาย เสื่อมประสิทธิภาพลง จะเห็นจากการปัสสาวะลดลง หรือไม่มีปัสสาวะเลย อาการบวมน้ำ แต่ละคน ก็มีการบวมแตกต่างกันไป บ้างคนน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นไม่มากจากน้ำหนักแห้งมาตรฐาน แต่กลับมีอาการบวมน้ำ แต่บางคนน้ำหนักเพิ่มจากน้ำหนักแห้งมาตรฐาน แต่กลับไม่มีอาการบวมน้ำ
อาการบวมน้ำ เกิดได้หลายบริเวณของร่างกาย ที่เห็นได้ชัด ๆ เช่น หน้าแข้ง ใบหน้า นิ้วมือ นิ้วเท้า เปลือกตา และที่อื่น ๆ
อาการบวมน้ำ เป็นอาการที่เกิดจากเซลล์มีสภาพอ่อนแอ ไม่สามารถผลักดันน้ำกลับเข้าสู่กระแสเลือดได้ ทำให้มีน้ำคั่งอยู่นอกหลอดเลือด แม้จะมีน้ำหนักไม่เกินน้ำหนักแห้งมาตรฐาน แต่ก็สามารถมีน้ำออกจากหลอดเลือดได้ ขึ้นอยู่กับสภาพความแข็งแรงของร่างกาย
ลักษณะของอาการบวมน้ำ บริเวณที่มีอาการบวมน้ำ จะบวมขึ้น เมื่อกดลงไปจะบุ๋ม และเมื่อปล่อยมือออก อาการบุ๋มจะคืนตัวกลับช้า เรียกว่า กดแล้วบุ๋ม ชัดเจน ว่าเป็นอาการบวมน้ำ
วิธีการแก้ไขอาการบวมน้ำ สำหรับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่ใช้การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
1. ในแต่ละครั้งที่ไปฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ก็ต้องให้เครื่องไตเทียมดึงน้ำออกให้เหลือเท่าน้ำหนักตัว แต่หากบวมน้ำไปมากในแต่ละครั้งที่ฟอก จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และทรุดโทรมได้เร็ว เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้น ควรควบคุมปริมาณน้ำที่เข้าร่างกาย อย่าให้น้ำหนักเกิน 1 กิโลกรัมต่อวัน
2. การปรับประทานไข่ขาว โปรตีน อัลบูมินในไขมัน จะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง เซลล์ได้รับสารอาหารเพียงพอ และช่วยลดอาการบวมน้ำอย่างได้ผล ดังนั้น การบริโภคไข่ขาว ของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง มิใช่เป็นเพียงการเสริมอาหารโปรตีน เท่านั้น ยังช่วยลดอาการแทรกซ้อน และโรคบวมน้ำได้อีกด้วย
3. หากมีอาการบวมน้ำมากเกินไป แต่ละครั้งไม่ควรเกิน 3 กิโลกรัม หากเกินไปทุก ๆ ครั้งที่ไปฟอก ควรปรึกษากับหมอที่ดูแล โดยจะมีวิธีปรับดังนี้
3.1 ลดน้ำหนักแห้งลงอีก เช่น จากเดิม 55 ก.ก. อาจลดลงไปเหลือ 54.7 ก.ก. เพื่อให้เครื่องฟอกไตดึงน้ำออกจากหลอดเลือดมากขึ้น และเกิดภาวะการดูดน้ำกลับหรือการแพร่ของน้ำจากนอกหลอดเลือดกลับเข้าสู่หลอดเลือด ทำให้ลดอาการบวมได้ แต่วิธีนี้ อาจทำให้ร่างกายผู้ป่วยรับภาระหนัก ดังนั้น ผู้ป่วยควรควบคุมน้ำได้ดีจะดีกว่า
3.2 การเพิ่มรอบในการฟอก เช่น แต่เดิมฟอก 2 ครั้งต่ออาทิตย์ เพิ่มเป็น 3 ครั้งต่ออาทิตย์ ซึ่งวิธีนี้ ร่างกายผู้ป่วยไม่ต้องรับภาระหนักมาก แต่ต้องเสียเวลาในการมาฟอกเพิ่มขึ้น ดังนั้น ทางที่ดีที่สุด ควรควบคุมปริมาณน้ำและอาหารที่ทานเข้าไปจะดีกว่า
4. การควบคุมการทานอาหาร งดอาหารรสเค็ม และรสหวาน เพราะสองรสนี้จะทำให้ต้องดื่มน้ำมาก และไปเพิ่มเกลือแร่ในร่างกายอีกด้วย แนะนำให้ทาน รสจืด หรือรสเผ็ดจากเครื่องเทศ สมุนไพร จะช่วยในการปรับสมดุลของน้ำในร่างกายได้ดีกว่า
-->
How to Kidney Care:
1. การออกกำลังกายในแต่ละวันของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง คือ 3 รอบต่อวัน โดยแบ่งการออกกำลังกาย เป็น 10 - 15 นาที ต่อรอบ เพื่อมิให้ร่างกาย ไต หรือ หัวใจ ทำงานหนักเกินไป และควรให้มีการขับเหงื่อบ้าง เพื่อลดปริมาณน้ำของร่างกาย และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และหัวใจ
2. แนะนำการออกำลังกายของผู้ป่วยโรคไต เช่น การแกว่งแขน, การนอนยกขาสลับซ้ายขวา, การเดินไกล, การปั่นจักรยาน, การยกตุ้มน้ำหนักแบบ 1 กิโลกรัม ไม่ควรใช้น้ำหนักมากเกินไป เป็นต้น

