Showing posts with label ความดันตกขณะฟอกเลือด. Show all posts
Showing posts with label ความดันตกขณะฟอกเลือด. Show all posts

Friday, March 22, 2013

Blood Pressure Changes Hemodialysis การเปลี่ยนแปลงของความดันขณะฟอกไต

การเปลี่ยนแปลงของความดันขณะฟอกเลือดด้วยเครื่องฟอกไตเทียม (Blood Pressure Changes as Hemodialysis )

วันนี้ เราจะมาคุยกันเรื่อง การเปลี่ยนแปลงของความดัน ขณะทำการฟอกเลือดด้วยเครื่องฟอกไตเทียม ซึ่งจะเห็นว่าในตำราการฟอกไต มักจะกล่าวไว้ว่า ให้ระวังเรื่องความดันตกขณะฟอกเลือดด้วยไตเทียม เพราะจะเป็นอันตรายทำให้ผู้ป่วยมีอาการช็อก หน้ามืด ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ จนกระทั่งหมดสติได้

ซึ่งในความเป็นจริงของ ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง มักจะพบทั้ง ผู้ที่มีความดันสูง ขณะ หรือหลังฟอกเลือด และผู้ที่มีความดันต่ำ ขณะ หรือหลังฟอกเลือด แต่ในหลักการฟอกเลือดด้วยเครื่องฟอกไตเทียมนั้น จะมีการควบคุมอัตราการไหลของเลือด เรียกว่า Flow rate การควบคุมอุณหภูมิของเลือดที่ไหลออกและไหลเข้ากลับเข้าสู่ร่างกายอยู่แล้ว ซึ่งถ้าผู้ป่วยมีสุขภาพที่แข็งแรง ทานอาหารเพียงพอ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ตลอดจนควบคุมปริมาณน้ำและเกลือในร่างกายได้ ความดันขณะฟอกก็จะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก หรืออาจมีแนวโน้มสูงขึ้นในขณะที่ฟอก แต่หลังจากฟอกเสร็จแล้ว ความดันจะกลับเป็นปกติใกล้เคียงเดิม

เราจะมาอธิบายกันที่ละกรณีเลยนะค่ะ
1. กรณีความดันตก
กรณี ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง เมื่อทำการฟอกเลือดด้วยเครื่องฟอกไตเทียม แล้ว มีความดันต่ำลง หรือมีภาวะความดันตก ซึ่งจะมีอาการหน้ามืด ตาลาย หมดแรง เป็นตะคริว ท้องเสีย หรืออาจไม่มีอาการใด ๆ เลยก็ได้ ขึ้นกับสภาพความแข็งแรงของผู้ป่วยในขณะนั้น

สาเหตุที่ทำให้ความดันตก การแพทย์ยังไม่ได้ระบุแน่ชัด แต่พบว่า หากผู้ป่วยมีภาวะขาดอาหาร หรือขาดโปรตีน หรือ มีปริมาณน้ำสะสมในร่างกายสูงมากกว่าปกติของน้ำหนักแห้งมาก ทำให้ต้องดึงน้ำออกจากร่างกายมากเกินขีดจำกัด จะส่งผลให้เกิดภาวะ ความดันตก ได้

เมื่อเกิดภาวะความดันตก ขณะฟอก พยาบาลจะดำเนินการแก้ไขเบื้องต้น เช่น มีการปรับอัตราการฟอกเลือดให้ต่ำลง ปรับอุณหภูมิของเลือดให้สูงขึ้น ร่วมทั้งอาจมีการให้ glucose ทางเลือด หรือให้ดื่มน้ำหวานถ้าผู้ป่วยความดันตกไม่มาก

ส่วนตัวผู้ป่วยเอง ควรมีการดูแลสุขภาพ เพื่อป้องกัน ภาวะความดันตกขณะฟอกเลือดอีก โดยการทานอาหารโปรตีนที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะไข่ขาว ต้องทานให้ได้ 4- 6 ฟอง (เบอร์ 1) ต่อวัน และออกกำลังกายให้พอเหมาะ อีกทั้งควบคุมน้ำหนักอย่างให้น้ำหนักเพิ่มเกินวันละ 1 กิโลกรัมต่อวัน

2. กรณีความดันสูง
กรณีนี้ ผุ้ป่วยไตวายเรื้อรัง หลายท่าน เมื่อทำการฟอกเลือดด้วยเครื่องฟอกไตเทียม แล้ว มีความดันสูงขึ้น มากในขณะฟอก โดยเฉพาะตัวบน บางคนก็สูงเกิน 200 mmHg ขณะที่ตัวล่างอาจไม่สูงเกิน 90 mmHg  หรือสูงเกินก็ได้ ซึ่งจะพบใน กลุ่มผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ที่มีโรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคประจำตัวอยู่แล้ว เป็นส่วนมาก ซึ่งอาจมี อาการปวดศีรษะ มึนหัว หรือไม่มีอาการใด ๆ เลยก็ได้

สาเหตุที่ทำให้ความดันสูง ขณะฟอก นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ระบุไว้ว่า เนื่องจาก การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ซึ่งมีแผ่นกรองที่เรียกว่า Dialysis ที่ทำหน้าที่เสมือนตัวกรองของไตเทียม ในการกรองเอาของเสียออกไปจากกระแสเลือด แต่นอกจากของเสียที่ถูกกรองออกแล้ว ยังอาจมี โปรตีน เม็ดเลือดและ ยา บางอย่าง ที่ถูกกรองติดออกไปด้วย ทำให้ประสิทธิภาพในการควบคุมความดันของยานั้น ๆ ลดลง จึงส่งผลทำให้ ความดันสูงขึ้นในขณะฟอก และหลังฟอก แต่ในอีกกรณี หากมีอาการบวมน้ำ น้ำเกินมาในร่างกายมาก ทำให้ต้องมีการดึงน้ำออก ซึ่งในระหว่างฟอกที่มีการดึงน้ำออก ความดันอาจสูงขึ้น เนื่องจาก เลือดมีความข้นมากขึ้น แต่ความดันจะลดลง และคงที่เท่าเดิม หลังฟอก หรือฟอกเสร็จแล้ว

ซึ่งเมื่อเกิดภาวะความดันสูง ขณะฟอก พยาบาลจะแนะนำให้ทานยาความดันเพิ่มทันที หรือใช้การปรับอุณหภูมิของเครื่องฟอกให้สูงขึ้น เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก หรือบางครั้ง ก็มีการปรับปริมาณของเกลือแร่ในสารละลายสำหรับฟอก ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพยาบาล หรือหมอในการฟอกไต

ส่วนตัวผู้ป่วยเอง ควรมีการดูแลสุขภาพ ก่อนไปฟอกไต เพื่อป้องกัน ภาวะความดันสูงขณะฟอกเลือด โดยการรับประทานยาความดันอย่างสม่ำเสมอ หรือรับประทานก่อนฟอกสัก 1 ชั่วโมง และควบคุมปริมาณเกลือแร่ และน้ำ ในแต่ละวัน อย่าให้น้ำหนักตัวเกิน 1 กิโลกรัมต่อวัน หรือจำกัดไม่ควรเกิน 3 กิโลกรัมต่อการฟอก 1 ครั้ง

How to Kidney Care:
พยายามควบคุมปริมาณน้ำในแต่ละวัน โดยผู้ป่วยโรคไตแต่ละคนจะทานน้ำได้มากน้อยแค่ไหนจากการคำนวณ
ปริมาณน้ำ 500 มิลลิลิตร บวกกับ ปริมาณปัสสาวะในแต่ละวัน คือ ปริมาณน้ำที่สามารถทานได้ในแต่ละวัน (ซึ่งรวมทั้งน้ำดื่ม น้ำในอาหารทั้งหมดด้วย) ซึ่งจะแนะนำให้ ทำน้ำสำหรับดื่มไว้ 500 - 800 มิลลิลิตร ใส่ขวดไว้ ส่วนที่เหลือในอาหารแต่ละมื้อ ก็ไม่น่าเกิน)

แนะนำให้ ทำการชั่งน้ำหนัก ตอนเช้า จดไว้ และ ชั่งน้ำหนักก่อนนอน จดไว้ เอามาลบกันต้องไม่เกิน 1 กิโลกรัม เช่น
ตอนเช้า ชั่งได้ 50.6 กิโลกรัม
ตอนเย็นก่อนนอน ชั่งได้ 51.3 กิโลกรัม
ลบเหลือ 0.7 กิโลกรัม แสดงว่า โอเค
แต่หากเกินไปบ้าง วันรุ่งขึ้น ก็ได้ดูว่า น้ำหนักลดลงจากเดิมตอนเย็นที่ชั่งไว้ไหม ถ้าลดลง ก็โอเค ถ้าไม่ วันรุ่งขึ้นก็ลดปริมาณน้ำลงอีกหน่อยค่ะ

โดยพยายามให้แต่ละวัน น้ำหนักตัวไม่เกิน 1 กิโลกรัมต่อวันค่ะ ถ้าทำได้ รับรองได้ว่า จะไม่ต้องกังวลเรื่องความดัน หรือโรคแทรกซ้อนขณะฟอกไตค่ะ

บันทึกข้อมูลโดย นางสาวทิฆัมพร ตันติวิมงคล นักวิจัยและพัฒนาสุขภาพ