Showing posts with label hemodialysis. Show all posts
Showing posts with label hemodialysis. Show all posts

Saturday, March 23, 2013

Hemodialysis การฟอกเลือดด้วยเครื่องฟอกไตเทียม

การใช้เครื่องฟอกไตเทียม ในการฟอกเลือดขจัดของเสียของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง มีจุดประสงค์หลักเพื่อการกรองเอาของเสียออกจากร่างกายของผู้ป่วย แทนการทำงานของไตที่สูญเสียไป และต้องใช้การเสริมอาหาร วิตามิน ฮอร์โมน และอื่น ๆ ร่วมด้วย เพื่อชดเชยสารอาหาร ที่ถูกกรองออกไป และชดเชย ฮอร์โมน ที่ไตสร้างไม่ได้ เป็นต้น

 การฟอกเลือดด้วยเครื่องฟอกไตเทียมนั้น ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง จำเป็นต้องมีการทำเส้นสำหรับฟอกเลือด ที่เรียกว่า Shunt ซึ่งมีทั้งแบบใช้เส้นเลือดจริงของตัวผู้ป่วยเอง และใช้เส้นเลือดเทียม ใส่ทดแทนเข้าไปเนื่องจาก เส้นเลือดจริงของผู้ป่วยมีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถตัดต่อทำ shunt ได้

การทำ shunt คือ การผ่าตัดต่อเชื่อมหลอดเลือดแดง และดำ ที่บริเวณข้อมือ แขน ต้นแขน ต้นขา เป็นต้น ซึ่งทางแพทย์ผู้ผ่าตัดจะทำการวินิจฉัย ตรวจสอบขนาดของหลอดเลือดและกำหนดบริเวณที่จะผ่าตัด และพิจารณาว่าจะใช้วิธีทำ shunt จากเส้นเลือดจริง หรือจำเป็นต้องใช้เส้นเลือดเทียม

-->

การทำเส้นฟอกเลือดจากเส้นจริง

และ

การทำเส้นฟอกเลือดจากเส้นเทียม







ซึ่งหลังจากผ่าตัดแล้ว การทำเส้นฟอกเลือดจากเส้นจริง จำเป็นต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูเส้นให้เส้นจริงมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือโตขึ้น เพียงพอที่จะใช้เส้นเจาะเพื่อฟอกเลือดได้ ซึ่งระยะเวลาในการรอให้เส้นโต ก็จะขึ้นอยู่กับสภาพของเส้นเลือดของแต่ละผู้ป่วย ระยะเวลาก็ตั้งแต่ 3 - 6 เดือน แต่บางราย หลังจากการผ่าตัดทำเส้นเลือดจริงไปแล้ว ก็อาจมีปัญหา ว่าเส้นเลือดไม่ขยายตัว หรือโตไม่เพียงพอสำหรับใช้ในการฟอกเลือด ซึ่งก็จะเป็นปัญหาเฉพาะของแต่ละราย แพทย์ไม่สามารถรับรองได้ว่า ผ่าตัดไปแล้วจะสามารถใช้ได้ หรือเส้นเลือดจะโตได้ทุกคนไป ซึ่งถ้าเกิดกรณีปัญหาเส้นไม่โต หรือผู้ป่วยมีอาการแย่ ต้องทำการฟอกเลือดด่วน ก็จำเป็นต้องมีการใส่หลอดเลือดเทียมสำหรับฟอกที่บริเวณหน้าอก ซึ่งเป็นการฝังเอาท่อสำหรับฟอก และเท่าสายสำหรับฟอกกับเส้นเลือดบริเวณหน้าอก ซึ่งเมื่อผ่าตัดฝังแล้ว สามารถทำการฟอกเลือดได้ทันที ในวันรุ่งขึ้น หรือหลังจากผ่าตัดเสร็จ ก็ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ผู้ดูแล....

สำหรับการฝังท่อสำหรับฟอกเลือดที่อกนี้ สามารถผ่าตัดได้เสร็จสิ้น ใน 1 ชั่วโมง และทำการฟอกเลือดได้ทันที แต่มีการดูแลรักษาค่อนข้างยาก ผู้ป่วยไม่สามารถอาบน้ำได้เอง เพราะอาจทำให้มีน้ำเข้าไป หรือติดเชื้อได้ง่าย แต่ปกติ พยาบาลที่ทำการฟอกเลือด เมื่อทำการฟอกเลือดเสร็จ จะทำความสะอาดแผล และปิดสายฟอกเลือดด้วยสำลี และพลาเตอร์ปิดแผลชนิดกันน้ำได้ ซึ่งผู้ดูแลคนป่วย ก็สามารถแกะออกมาทำความสะอาดได้ทุกวันค่ะ สำหรับท่อฟอกเลือดที่อกนี้มีอายุใช้งานเพียง 1 ปี และมีโอกาสอุดตัน หรือติดเชื้อได้สูง แพทย์จึงมักแนะนำว่า ให้ทำ shunt สำหรับฟอกเลือดเตรียมไว้เลย โดยจะเลือกทำจากเส้นจริง หรือเส้นเทียม ก็พิจารณาปัจจัยกันอีกทีค่ะ

สำหรับค่าใช้จ่ายในการทำเส้นเลือดสำหรับฟอก หรือ shunt นั้น การทำจากเส้นเลือดจริงจะราคาถูกกว่าเส้นเลือดเทียม และมีอายุการใช้งานนานกว่าเส้นเลือดเทียม โอกาสการอุดตันน้อยกว่าเส้นเลือดเทียม และก็มีข้อเสียที่กล่าวไปแล้วว่า เมื่อผ่าตัดแล้วอาจใช้งานได้ หรือไม่ได้ ก็ต้องเสี่ยงกัน

ส่วนเส้นเลือดเทียม การผ่าตัดมีราคาสูงกว่า และมีอายุการใช้งานสั้น 1 - 2 ปี ยกเว้นบางรายที่ดูแลดี ก็ใช้งานได้นาน แต่บางราย เส้นเลือดเทียมสำหรับฟอก อุดตันได้บ่อยครั้ง ทำให้ต้องมีการผ่าตัดแก้ไข หรือลอกทำความสะอาดเส้นเลือดเทียม ซึ่งก็จะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดแก้ได้บ่อย ๆ ค่ะ

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า การฟอกเลือดด้วยเครื่องฟอกไตเทียมนั้น มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นตั้งแต่การเตรียมเส้นสำหรับฟอกเลยทีเดียว ดังนั้น หากเราหมั่นดูแลและตรวจสุขภาพของไต หากทางชะลอและป้องกันก่อนไตเสื่อมจะช่วยให้เราไม่ต้องทรมาน และลำบากในการต้องไปฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเลยค่ะ

วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะค่ะ ไว้จะมาอธิบายต่อค่ะ

How to Kidney Care:
การดูแลเส้นสำหรับฟอกเลือด
1. ผู้ป่วยต้องทำการบริหารแขน บริเวณที่ทำเส้นทุกวัน ด้วยการบีบลูกบอล วันละ 1000 ครั้ง หรือทำได้มากน้อย ขึ้นกับความแข็งแรงของผู้ป่วย
2. หลังจากการฟอกเลือดแล้ว ผู้ป่วยไม่ความให้บริเวณที่ฟอก ถูกน้ำ หรือยกของหนัก เพราะอาจทำให้ติดเชื้อ หรืออักเสบได้
3. หลังจากเปิดแผล เลือดหยุดสนิทแล้ว ให้ล้างทำความสะอาดบริเวณที่ทำเส้นด้วยการถูสบู่อ่อน ๆ เบา ๆ ทำความสะอาด แล้วเช็ดให้แห้งสนิท
4. อาจทำการนวดที่เส้นเบา ๆ ให้ทั่วทั้งเส้น เพื่อทำให้ผนังเส้นเลือดมีความยืดหยุ่น และลดการเกิดหินปูนไปเกาะบริเวณเส้นเลือด ช่วยลดการอุดตันได้อีกทางหนึ่ง
5. ห้ามงอ หรือพับแขน หรือ นอนทับแขน ในข้างที่ทำเส้นเป็นเวลานาน ๆ  เพราะจำทำให้เส้นเลือดอุดตันได้

บันทึกข้อมูลโดย นางสาวทิฆัมพร ตันติวิมงคล นักวิจัยและพัฒนาสุขภาพ